29.10.12

ขนมไทย : ขนมครก (สูตรแป้งสำเร็จรูป)





 

สูตรนี้รับรองว่าสามารถนำไปใช้ได้จริงแน่นอนค่ะ การันตีโดยแม่ค้าขายขนมครกอย่าง "แม่เล็ก เข้มพิมพ์" ผู้เป็นเจ้าของสูตรขนมครก (สูตรแป้งสำเร็จรูป) นี้ เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้ให้ท่านผู้สนใจสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ค่ะ . . .

ส่วนผสม:
แป้งข้าวเจ้า (ใช้ข้าวขาวธรรมดา) อย่างดี 1/2 กิโลกรัม
หางกะทิสด 2 1/2 กิโลกรัม
น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลมะพร้าว) 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวเจ้าเทลงภาชนะ ค่อยๆ เติมหางกะทิเบื้องต้นประมาณ 200 cc. คนแป้งกับหางกะทิให้เข้ากัน ถ้าแห้งไปค่อยๆ เติม และนวดจนกว่าเนื้อแป้งทั้งหมดจะเป็นก้อน มีความนิ่มของเนื้อแป้งกับหางกะทิพอประมาณ จากนั้นตักแบ่งออกไว้ต่างหาก 2 ช้อนโต๊ะ
2. นำแป้งที่เหลือนวดเข้าด้วยกันกับน้ำตาลปี๊บ โดยนำเนื้อแป้งค่อยๆ ผสมกับน้ำตาล และเหยาะหางกะทิลงไปพร้อมๆ กัน แล้วค่อยๆ นวดให้เนื้อแป้งเข้ากับน้ำตาลและหางกะทิ จนได้เนื้อแป้งผสมกับน้ำตาลปี๊บและหางกะทิจนเป็นเนื้อเดียวกัน พร้อมหยอดเป็นเนื้อขนมครกส่วนแรก

ส่วนผสม :
หน้าขนมครกแป้งขนมครกที่นวดและแบ่งไว้ในส่วนที่ 1 2 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิสด 1 กิโลกรัม
น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ :
1. นำเนื้อแป้งที่แบ่งไว้ใส่ลงในภาชนะแล้วละลายให้เข้ากับหัวกะทิ พร้อมใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันจนเป็นส่วนผสมเดียวกัน ส่วนผสมนี้ใช้เป็นหน้าขนมครก

วิธีหยอดขนมครก :
1. ติดไฟใส่เตา (ใช้เตาถ่านขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางพอๆ กับเบ้าขนมครก) เมื่อถ่านในเตาติดไฟจนแดงหมดทุกก้อน (ควรใช้ถ่านก้อนเล็กๆ) นำเบ้าขนมครกตั้งบนเตา ใช้ลูกประคบชุบน้ำมันหมู เช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าจนควันขึ้นอ่อนๆ นำลงจากเตาแล้วให้นำขี้เถ้าโรยบนเตาจนไม่เห็นก้อนถ่านจนทั่ว
2. นำเบ้าขนมครกตั้งไฟอีกครั้ง เช็ดน้ำมันออกจนเบ้าสะอาดแต่ยังมีน้ำมันเกาะอยู่ในเบ้า
3. พอร้อนได้ที่ ตักเนื้อขนมครกส่วนแรกหยอดลงเบ้า ก่อนตักให้คนเนื้อขนมครกที่เป็นแป้งละลายหางกะทิเสียก่อน เพราะเนื้อแป้งอาจนอนก้น การหยอดให้หยอดไป 3 ใน 5 ของเบ้า
4. จากนั้นหยอดส่วนที่เป็นหน้าขนมครกอีก 2 ใน 5 หรือจนเต็มพอดีกับเบ้าขนมครก เสร็จแล้วปิดฝาคอยจนเนื้อขนมครกสุก

แต่ถ้าเราต้องการใส่หน้าต่างๆ เช่น ต้นหอม ข้าวโพด มันต้ม เผือกต้ม ฝอยทอง หรืออื่นๆ ให้หยอดหลังจากหยอดเนื้อที่เป็นหน้าขนมครกส่วนที่ 2 นี่เอง

สูตรนี้จะใช้เตาถ่านและน้ำมันหมู เพื่อรสและกลิ่นของขนมครกที่ลงตัวจนเป็นสูตรเฉพาะตัวที่หลายคนติดใจ แต่ถ้าไม่สะดวกจะปรับแต่งเป็นเตาแก๊สหรือใช้น้ำมันพืชตามความสะดวกของท่านก็ได้

ที่มา : นิตยสารแม่บ้าน


26.10.12

ขนมไทย : บัวลอยเบญจรงค์ไข่หวาน




ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียว 400 กรัม
น้ำดอกอัญชัน 7 ช้อนโต๊ะ
น้ำคั้นใบเตย 7 ช้อนโต๊ะ
น้ำดอกเฟื่องฟ้า 7 ช้อนโต๊ะ
แครอทนึ่งสุกบดละเอียด 50 กรัม
ฟักทองนึ่งสุกบดละเอียด 100 กรัม
ไข่ไก่ 4 ฟอง
น้ำตาลทราย 300 กรัม
น้ำต้มสุก 3 ถ้วยตวง
ใบเตย 4 ใบ
หัวกะทิข้นๆ 1 ถ้วยตวง
เกลือป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวเหนียวประมาณ 50 กรัม มาผสมกับน้ำดอกอัญชันทีละน้อยจนเป็นก้อน นวดจนเนื้อแป้งเนียน ปั้นเป็นก้อนกลมเล็กขนาดประมาณ ½ เซนติเมตร ทำวิธีเดียวกันนี้กับส่วนผสมอื่นๆ จนได้เม็ดแป้งบัวลอยครบ 5 สี
2. นำหัวกะทิมาผสมเกลือป่น ใส่ใบเตยตั้งไฟคนตลอดเวลาอย่าให้ส่วนผสมแตกมัน พอเริ่มร้อนจัดใกล้เดือดปิดไฟยกลง สำหรับทำเป็นนหน้าขนม
3. ผสมน้ำตาลทรายและน้ำต้มสุกในกระทะทอง คนพอเข้ากัน น้ำขึ้นตั้งไฟคนเล็กน้อยรอให้เดือดเป็นฟองเล็ก ใส่เม็ดแป้งลงต้มทีละน้อยสลับกับตอกไข่ลงต้ม พอแป้งสุกลอยขึ้น ไข่สุกเป็นก้อนแข็งดีแล้วตักขึ้นใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ ก่อนเสิร์ฟราดด้วยหัวกะทิข้นๆ

ที่มา : นิตยสาร แม่บ้าน

23.10.12

ขนมฝักบัว







ลักษณะขนมฝักบัว มีรูปร่างกลม ขอบหยักคล้ายใบบัวเนื้อขนมจะเหนียวนุ่ม

ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้าหอมมะลิ 135 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 33 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 38 กรัม
น้ำตาลทราย 75 กรัม
กะทิ 217 กรัม
เกลือ 1 กรัม
ไข่ไก่ 110 กรัม
กล้วยหอมขูดละเอียด 15 กรัม
น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลปีบ เกลือ ไข่ไก่ เข้าด้วยกันแล้วเติมกะทิทีละน้อย นวดจนแป้งข้าวกันและเหนียวดี จึงใส่น้ำตาลทราย นวดต่อไปจนน้ำตาลทราย ละลายหมด จึงนำกล้วยหอมมายีให้ละเอียดใส่ลงไปในส่วนผสม แล้วนวดให้เข้ากัน จึงค่อย ๆ เติมน้ำกะทิที่เหลือคนให้แป้งข้นเล็กน้อย นำกระทะ
(ควรใช้ใบเล็ก) ตั้งไฟใส่น้ำมันลงไป ใช้ไฟขนาดกลาง พอน้ำมันร้อน ตักแป้งหยอดลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ พอแป้งเหลืองดีแล้วใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มกลับขนมอีกด้านหนึ่งทอดจนเหลืองดี จึงนำขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

ในการทำส่วนผสมของแป้งที่นวดได้ที่แล้วควรมีลักษณะคล้ายนมข้น ถ้าแห้งให้เติมน้ำลงไปทีละน้อย แล้วหมักไว้ 1 ชั่วโมงก่อนนำไปทอด กระทะที่ใช้ทอดควรมีก้นลึก ขณะทอดใช้ไม้ปลายแหลมปักยึดขนมไว้ตรงกลางกระทะ หมั่นตักน้ำมันรดขนมให้ทั่วเพื่อให้สุกสม่ำเสมอ ขอบแป้งจะขึ้นมาเป็นสัน ส่วนกลางขนมจะนูนขึ้น ทอดขนมทีละอัน

ในการทำขนมไทยจะต้องใช้ศิลป ความชำนาญและความอุตสาหะเป็นที่ตั้ง ผู้เขียนหวังว่าผู้สนใจทุกท่านคงไปทดลองทำจะได้มีขนมอร่อยๆไว้รับประทานกันทุกวันหรือไว้เป็นของฝากก็จะประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ



22.10.12

บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน



ส่วนผสม
แป้งข้าวเหนียว ½ ถ้วย
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
กะทิกระป๋อง (ขนาด 400 มล) 1 กระป๋อง
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ
เผือก 1 ถ้วย
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
เนื้อมะพร้าวอ่อน 100 กรัม

วิธีทำ
1. เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง นำเผือกไปนึ่งในหม้อนึ่งประมาณ 20 นาทีหรือจนเผือกสุก เมื่อเผือกสุกแล้ว รอให้เผือกเย็นจึงนำมาขูดเอาแต่เนื้อออกให้หมด
2. นำแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา และเกลือป่นนิดหน่อย ผสมลงไปในชามผสมจากนั้น นำเผือกที่ขูดไว้มาผสมกับแป้ง
3. นำกะทิมาแบ่งใส่ถ้วยประมาณ ½ ถ้วย ส่วนกะทิที่เหลือนำไปใส่หม้อไว้ ใส่น้ำกะทิลงไปในส่วนผสมแป้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นทำการนวดให้เผือกเข้ากับแป้ง ถ้าแป้งแห้งไปให้เติมกะทิลงไปทีละ 1 ช้อนโต๊ะ นวดไปเรื่อยๆ จนแป้งและเผือกเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
4. เมื่อนวดจนแป้งเนียนได้ที่แล้วก็ปั้นแป้งเป็นลูกกลมๆ ขนาดประมาณ ¼ นิ้ว ปั้นไปเรื่อยๆ จนแป้งหมด จากนั้น เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง เอาน้ำเปล่าประมาณ 4 ถ้วยใส่ลงไปในหม้อ ต้มจนน้ำเดือดจึงเอาแป้งที่ปั้นไว้ใส่ลงไป รอจนแป้งสุก (สังเกตว่าแป้งจะลอยขึ้นมาเอง) ก็ช้อนแป้งที่สุกแล้วมาแช่ในน้ำเย็นจัดเพื่อให้แป้งคงตัว
5. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำกะทิในหม้อไปตั้งบนเตา ใส่น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊ป และเกลือป่นลงไป หมั่นคนตลอดเวลา จากนั้น นำเนื้อมะพร้าวอ่อนมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในกะทิ คนจนกะทิเดือดก็นำเม็ดบัวลอยที่เย็นแล้วใส่ลงในหม้อกะทิ คนให้เข้ากัน
6. ตักใส่ถ้วย จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ